กาแฟไม่มีคาเฟอีน vs กาแฟปกติ แตกต่างอย่างไร

image_pdfดาวน์โหลดไฟล์ PDF

กาแฟไม่มีคาเฟอีน vs กาแฟปกติ แตกต่างอย่างไร

กาแฟไม่มีคาเฟอีน vs กาแฟปกติ แตกต่างอย่างไร

เลือกดื่มแบบไหนดี รู้ก่อนเลือกเพื่อสุขภาพที่ดีกว่า

เคยไหม ตื่นเช้ามาอยากดื่มกาแฟสักแก้วแต่กังวลเรื่องคาเฟอีน หรือบางทีก็อยากดื่มกาแฟตอนเย็นแต่กลัวนอนไม่หลับ ปัญหาเหล่านี้แก้ได้ถ้าเรารู้ความแตกต่างระหว่าง กาแฟไม่มีคาเฟอีน และ กาแฟปกติ เลย วันนี้แอดรินจะมาคุยกันแบบละเอียดว่ากาแฟสองแบบนี้แตกต่างกันยังไง เหมาะกับใครบ้าง และควรเลือกดื่มแบบไหนให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของเพื่อนๆ ไปดูพร้อมกันเลย


รู้ลึก รู้จริง ข้อแตกต่างระหว่างกาแฟไม่มีคาเฟอีน vs กาแฟปกติ

1. คาเฟอีนคืออะไร ทำไมถึงสำคัญ

คาเฟอีนคือสารกระตุ้นระบบประสาทที่พบในกาแฟ ช่วยให้รู้สึกตื่นตัว ลดความเหนื่อยล้า และเพิ่มสมาธิ แต่บางคนอาจแพ้หรือไวต่อคาเฟอีน ทำให้ใจสั่น นอนไม่หลับ หรือปวดหัวได้ กาแฟปกติ มีคาเฟอีนเฉลี่ย 80-120 มก. ต่อแก้ว ส่วน กาแฟไม่มีคาเฟอีน มีคาเฟอีนเหลือเพียง 2-5 มก. ต่อแก้ว (ขึ้นอยู่กับกระบวนการกำจัดคาเฟอีน)

2. กระบวนการผลิตกาแฟไม่มีคาเฟอีน

กาแฟแบบไม่มีคาเฟอีนไม่ได้เกิดจากพันธุ์เมล็ดกาแฟที่ปราศจากคาเฟอีนตั้งแต่ต้น แต่ผ่าน กระบวนการกำจัดคาเฟอีน โดยวิธีหลักๆ คือ
การแช่น้ำและตัวทำละลาย (Solvent-based) – ใช้สารเคมีช่วยดึงคาเฟอีนออก
วิธี Swiss Water Process – ใช้น้ำและคาร์บอนฟิลเตอร์เพื่อกรองคาเฟอีนออกแบบธรรมชาติ 100%
วิธี CO2 Process – ใช้คาร์บอนไดออกไซด์ในสถานะเหนือวิกฤตเพื่อสกัดคาเฟอีน

3. รสชาติแตกต่างกันไหม

โดยทั่วไป กาแฟไม่มีคาเฟอีนมักมีรสอ่อนกว่า เพราะกระบวนการกำจัดอาจส่งผลต่อรสชาติและกลิ่น แต่ปัจจุบันเทคโนโลยีพัฒนาขึ้น ทำให้กาแฟไร้คาเฟอีนบางยี่ห้อมีรสชาติใกล้เคียงกับกาแฟปกติเลยล่ะ

4. ประโยชน์และข้อจำกัดของกาแฟแต่ละแบบ

| ประเภทกาแฟ | ประโยชน์ | ข้อจำกัด |
|————|————|————|
| กาแฟปกติ | กระตุ้นสมอง เพิ่มพลังงาน | อาจทำให้นอนไม่หลับ ใจสั่น |
| กาแฟไม่มีคาเฟอีน | ดื่มได้ทุกเวลา ไม่รบกวนการนอน | อาจมีรสชาติอ่อนกว่า |

ทำไมเพื่อนๆ ควรเลือกให้เหมาะกับตัวเอง

ถ้าเพื่อนๆ เป็นคนที่
ดื่มกาแฟเพื่อความสดชื่นแต่ไม่ต้องการคาเฟอีน → กาแฟไม่มีคาเฟอีนคือตัวเลือกที่ดี
แพ้คาเฟอีนหรือมีปัญหานอนหลับยาก → ลองเปลี่ยนมาดื่มแบบไร้คาเฟอีน
ชอบรสชาติเข้มข้นและต้องการพลังงาน → กาแฟปกติยังเป็นตัวเลือกที่ดี

การเลือกกาแฟให้เหมาะกับร่างกายและไลฟ์สไตล์จะช่วยให้เพื่อนๆ ได้ประโยชน์สูงสุดโดยไม่ต้องกังวลกับผลข้างเคียง

เลือกกาแฟที่ใช่ แล้วไปชงดื่มกันเลย

เอาล่ะ พอรู้ความแตกต่างแล้ว ถึงเวลาเลือกกาแฟที่เหมาะกับตัวเองแล้วล่ะ ถ้าวันนี้เพื่อนๆ อยากลอง กาแฟไร้คาเฟอีน แต่ไม่รู้ว่าจะเริ่มจากยี่ห้อไหนดี ลองมองหาแบรนด์ที่ใช้ Swiss Water Process หรือ CO2 Process เพื่อให้ได้รสชาติที่ดีที่สุด

หรือถ้ายังชอบกาแฟปกติอยู่ แต่ไม่อยากให้นอนไม่หลับ ลองปรับมาดื่มก่อนบ่าย 3 โมงเย็น ก็ช่วยลดผลกระทบได้นะ

อย่าลืม กาแฟคือเครื่องดื่มที่ควรดื่มอย่างพอดี เพื่อสุขภาพที่ดีในระยะยาว ถ้าชอบแอดริน แชร์ให้เพื่อนๆ ที่รักกาแฟเหมือนกันได้เลย แล้วเจอกันใหม่ในบทความหน้านะคะ ☕

 

 

Rosalyn Banner

อยากรู้สูตรเด็ดเคล็ดลับรสรินทร์ ตอนใหม่ๆ อย่าลืมกดไลค์ แฟนเพจรสรินทร์ นะคะ ขอบคุณที่ติดตามเพจ รสรินทร์ Rosalyn นะคะ

⚠️

Disclaimer

ข้อมูลบนเว็บไซต์นี้มีไว้เพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อประกอบการตัดสินใจ ทางเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายใดๆ ที่เกิดขึ้นจากการใช้ข้อมูลบนเว็บไซต์นี้ กรุณาปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจตามข้อมูลที่ได้รับ

ArticleID: 2062

image_pdfดาวน์โหลดไฟล์ PDF