กาแฟดำกับโรคเบาหวาน วิธีดื่มเพื่อควบคุมน้ำตาลในเลือด

image_pdfดาวน์โหลดไฟล์ PDF

กาแฟดำกับโรคเบาหวาน วิธีดื่มเพื่อควบคุมน้ำตาลในเลือด

กาแฟดำกับโรคเบาหวาน วิธีดื่มเพื่อควบคุมน้ำตาลในเลือด

คุณรู้ไหมว่าแก้วโปรดของเพื่อนๆอาจเป็นพันธมิตรลับๆ ในการควบคุมเบาหวาน

ถ้าวันไหนไม่ได้ดื่มกาแฟดำสักแก้วเหมือนขาดอะไรไป คุณไม่ใช่คนเดียว แต่สำหรับคนเป็นเบาหวานหรือกำลังควบคุมน้ำตาล กาแฟดำไม่ใช่แค่เครื่องดื่มให้ความตื่นตัวเท่านั้น มันอาจเป็น “เครื่องมือช่วยชีวิต” ที่หลายคนมองข้าม ถ้าดื่มถูกวิธีล่ะก็

ที่น่าสนใจคืองานวิจัยจาก American Diabetes Association พบว่า การดื่มกาแฟดำในปริมาณเหมาะสมช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ได้ถึง 30% แต่คำถามคือ แล้วเพื่อนๆดื่มแบบที่ได้ประโยชน์จริงๆ หรือเปล่า

ไขความลับ กาแฟดำกับเบาหวาน ศาสตร์และศิลป์ของการดื่ม

สารสำคัญในกาแฟดำที่เบาหวานควรรู้

กาแฟดำธรรมดาๆ กลายเป็นสุดยอดเครื่องดื่มสุขภาพได้ เพราะมีสารเหล่านี้

  • กรดคลอโรจินิก (Chlorogenic Acid) ช่วยชะลอการดูดซึมน้ำตาลในลำไส้ และเพิ่มความไวของอินซูลิน
  • แมกนีเซียม แร่ธาตุสำคัญที่ช่วยควบคุมระดับกลูโคส
  • สารต้านอนุมูลอิสระ ลดการอักเสบที่มักพบในผู้ป่วยเบาหวาน

งานวิจัยจาก Harvard School of Public Health ตีพิมพ์ในปี 2020 พบว่าผู้ที่ดื่มกาแฟดำวันละ 2-3 แก้ว มีระดับน้ำตาลสะสม (HbA1c) ต่ำกว่ากลุ่มที่ไม่ดื่มอย่างมีนัยสำคัญ

วิธีดื่มกาแฟดำให้เป็นยา (ไม่ทำลายสุขภาพ)

  1. ปริมาณทองคำ
  2. 2-3 แก้วต่อวัน (แก้วละ 150-200 มล.) เป็นปริมาณที่งานวิจัยสนับสนุน
  3. ไม่ควรเกิน 400 มก.ของคาเฟอีนต่อวัน (ประมาณ 4 แก้วเล็ก)

  4. ช่วงเวลาสำคัญ

  5. ดื่มหลังอาหารเช้าหรือเที่ยง 30 นาที จะช่วยควบคุมน้ำตาลหลังอาหารได้ดี
  6. ห้ามดื่มตอนท้องว่าง เพราะอาจทำให้แกว่ง

  7. สิ่งที่ห้ามใส่เด็ดขาด

  8. น้ำตาลทุกชนิด (แม้แต่หญ้าหวานอาจกระตุ้นความอยากของหวาน)
  9. นมทุกประเภท (แม้แต่ไม่เติมน้ำตาลก็เพิ่มแคลอรี่)
  10. ครีมเทียม (มีไขมันทรานส์ทำลายหลอดเลือด)

  11. ทางเลือกสำหรับคนไม่ชอบขม

  12. อบเชยป่นเล็กน้อยช่วยเพิ่มความหอมและลดความขม
  13. มะนาวฝานบางๆ 1 ชิ้น ช่วยตัดรสได้อย่างน่ามหัศจรรย์

4 กลุ่มคนที่ควรระวัง (แม้จะเป็นกาแฟดำ)

  1. ผู้ที่มีปัญหาเรื่องการนอน คาเฟอีนอาจรบกวนคุณภาพการนอนซึ่งส่งผลต่อระดับน้ำตาล
  2. ผู้ป่วยเบาหวานที่ความดันสูงร่วมด้วย ควรจำกัดปริมาณเพราะคาเฟอีนอาจกระตุ้นความดัน
  3. คนที่ท้องเสียบ่อย กาแฟเป็นสารขับปัสสาวะอาจทำให้สูญเสียแร่ธาตุ
  4. ผู้ที่กำลังเครียดจัด คาเฟอีนอาจกระตุ้นฮอร์โมนคอร์ติซอลซึ่งทำให้น้ำตาลขึ้น

ทำไมเพื่อนๆควรเริ่มวิธีดื่มกาแฟดำตั้งแต่วันนี้

เพราะนี่ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนนิสัยการดื่ม แต่คือ การสร้างอาวุธลับที่แพทย์หลายคนไม่อาจบอกคุณ

ลด HbA1c ได้จริง ถ้าดื่มถูกวิธีต่อเนื่อง 3 เดือนขึ้นไป ระดับน้ำตาลเฉลี่ยอาจลดลง 0.5-1%
ป้องกันภาวะดื้ออินซูลิน สารต้านอนุมูลอิสระในกาแฟดำช่วยซ่อมแซมเซลล์
ช่วยควบคุมน้ำหนัก เมื่อลดการใส่นมและน้ำตาล คุณอาจลดได้ถึง 150 แคลอรี่ต่อวัน
สุขภาพหัวใจดีขึ้น ลดความเสี่ยงโรคแทรกซ้อนจากเบาหวาน

เรื่องจริงจากผู้ใช้ “เมื่อเลิกใส่นมและน้ำตาลในกาแฟไป 3 เดือน ระดับน้ำตาลช่วงเช้าลดจาก 140 มาเหลือ 110 โดยที่ไม่ได้ปรับยาอื่นเลย” — คุณสมชาย อายุ 52 ปี

มาเริ่มต้นกันเลยดีกว่า กาแฟแก้วต่อไปของเพื่อนๆจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

  1. วันนี้ก่อนสั่งกาแฟ บอกตัวเองว่า “ฉันเลือกสุขภาพก่อนความเคยชิน”
  2. ลองสูตรง่ายๆ กาแฟดำ + อบเชยป่นเล็กน้อย = สูตรเริ่มต้นสำหรับคนไม่ชอบขม
  3. สังเกตตัวเอง หลังดื่ม 1 ชม. รู้สึกยังไง ถ้าหวิวๆ หรือใจสั่น แสดงว่าคุณอาจดื่มมากไป
  4. แบ่งปันเคล็ดลับนี้ ส่งแอดรินให้เพื่อนที่รักกาแฟ مثلคุณ เพราะสุขภาพที่ดีควรแบ่งปันกัน

จำไว้เสมอว่า กาแฟดำไม่ใช่ยาวิเศษ แต่เป็น “ตัวช่วย” ที่ทรงพลังเมื่อใช้อย่างถูกต้อง แล้วเพื่อนๆจะพบว่าการควบคุมเบาหวานไม่ใช่เรื่องทรมานอีกต่อไป

 

 

Rosalyn Banner

อยากรู้สูตรเด็ดเคล็ดลับรสรินทร์ ตอนใหม่ๆ อย่าลืมกดไลค์ แฟนเพจรสรินทร์ นะคะ ขอบคุณที่ติดตามเพจ รสรินทร์ Rosalyn นะคะ

⚠️

Disclaimer

ข้อมูลบนเว็บไซต์นี้มีไว้เพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อประกอบการตัดสินใจ ทางเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายใดๆ ที่เกิดขึ้นจากการใช้ข้อมูลบนเว็บไซต์นี้ กรุณาปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจตามข้อมูลที่ได้รับ

ArticleID: 1705

image_pdfดาวน์โหลดไฟล์ PDF