วิทยาศาสตร์เบื้องหลังกาแฟดำกับ Intermittent Fasting คู่หูสุขภาพที่เพื่อนๆ ไม่ควรมองข้าม
กาแฟดำกับ Intermittent Fasting คือเรื่องใกล้ตัวที่เปลี่ยนชีวิตเพื่อนๆ ได้จริง
เพื่อนๆ เคยสงสัยไหมว่า ทำไมคนหันมาดื่มกาแฟดำกันมากขึ้น หรือทำไม Intermittent Fasting (IF) ถึงกลายเป็นเทรนด์สุขภาพที่ใครๆ ก็พูดถึง วันนี้แอดรินจะพาเพื่อนๆ ไปเจาะลึกวิทยาศาสตร์เบื้องหลังคู่หูสุขภาพนี้ ที่ไม่เพียงช่วยลดน้ำหนัก แต่ยังส่งผลดีต่อสมองและร่างกายระยะยาว ถ้าอยากรู้ว่าทำไมกาแฟดำกับ IF ถึงเป็นของคู่กัน และจะช่วยให้เพื่อนๆ สุขภาพดีขึ้นได้ยังไง ตามมาดูกันเลย
วิทยาศาสตร์เบื้องหลังกาแฟดำและ IF ที่เพื่อนๆ ต้องรู้
1. กาแฟดำกับ IF ทำไมถึงเข้ากันได้ดีขนาดนี้
ร่างกายของเราขณะอดอาหาร (Fasting) จะเข้าสู่โหมด “เผาผลาญไขมัน” แทนน้ำตาล กาแฟดำ (ไม่มีน้ำตาลหรือนม) จะช่วยกระตุ้นให้กระบวนการนี้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะ
– คาเฟอีน เร่งการเผาผลาญ (เพิ่มอัตรา Metabolic Rate 3-11%)
– คลอโรเจนิก แอซิด ในกาแฟดำช่วยลดการดูดซึมคาร์บและไขมัน
– ช่วยลดความหิว โดยกระตุ้นฮอร์โมนเปปไทด์ YY (PYY) ที่ทำให้อิ่มนานขึ้น
2. กาแฟดำ vs. กาแฟใส่นมน้ำตาล อะไรดีกว่าสำหรับ IF
เพื่อนๆ ที่ทำ IF ควรดื่มกาแฟดำแบบไม่เติมอะไรเลย เพราะ
– น้ำตาลหรือนม จะกระตุ้นอินซูลิน ทำให้ร่างกายออกจากโหมด Fasting ทันที
– แคลอรี่จากครีมเทียมหรือนมข้นอาจทำให้ IF ไม่ได้ผลเต็มที่
– กาแฟดำให้พลังงาน 0-5 แคลอรี่ต่อแก้ว เท่านั้น
3. ช่วงเวลาไหนที่เหมาะที่สุดสำหรับกาแฟดำใน IF
- ช่วงอดอาหาร (Fasting Window) ดื่มได้ไม่จำกัด แต่ควรหลีกเลี่ยงหลังบ่าย 3 โมงเย็นถ้าเพื่อนๆ นอนหลับยาก
- ช่วงกินอาหาร (Eating Window) อาจลดปริมาณกาแฟลงเพื่อไม่ให้กระทบการนอน
4. ประโยชน์ของกาแฟดำกับ IF ที่งานวิจัยยืนยัน
- ลดน้ำหนักและไขมัน ช่วยเพิ่มไขมันสีน้ำตาล (Brown Fat) ที่เผาผลาญดี
- ดีต่อสมอง ลดความเสี่ยงโรคอัลไซเมอร์และพาร์กินสัน
- ควบคุมน้ำตาลในเลือด ลดภาวะดื้ออินซูลินในคนไข้เบาหวานชนิดที่ 2
- ดีท็อกซ์ร่างกาย กระตุ้นการทำงานของตับและระบบย่อยอาหาร
เหตุผลที่เพื่อนๆ ควรลองกาแฟดำกับ IF ตั้งแต่วันนี้
ถ้าเพื่อนๆ กำลังมองหาวิธีดูแลสุขภาพแบบง่ายๆ ไม่ต้องเสียเงินมาก และเห็นผลเร็ว การดื่มกาแฟดำควบคู่กับ IF คือคำตอบ เพราะ
✅ ไม่อดอาหารแบบทรมาน – กาแฟดำช่วยลดความหิวได้ดี
✅ ลดพุงได้จริง – ช่วยสลายไขมันส่วนเกินโดยไม่เสียกล้ามเนื้อ
✅ สุขภาพดีระยะยาว – ลดความเสี่ยงโรคเรื้อรัง อย่างเบาหวานและหัวใจ
✅ ประหยัดเวลาและเงิน – ไม่ต้องจ่ายแพงๆ สำหรับอาหารคลีนหรือซุปเปอร์ฟู้ด
มาเริ่มต้นกันเลยดีกว่า 3 ขั้นตอนง่ายๆ สำหรับมือใหม่
- เลือกวิธี IF ที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์
- แบบ 168 (อด 16 ชม. กิน 8 ชม.) – ง่ายสุดสำหรับมือใหม่
-
แบบ 186 หรือ 204 – สำหรับคนที่ต้องการผลลัพธ์เร็ว
-
เริ่มดื่มกาแฟดำแทนกาแฟใส่นม/น้ำตาล
- เริ่มจากวันละ 1 แก้วก่อน แล้วค่อยเพิ่มหากชอบรสชาติ
-
เลือกกาแฟคั่วกลางถึงเข้ม (Dark Roast) จะเร่งการเผาผลาญดีกว่า
-
สังเกตผลลัพธ์และปรับตัว
- ถ้ารู้สึกหิวระหว่างอด ให้จิบกาแฟดำหรือน้ำเปล่า
- ถ้านอนไม่หลับ ให้ลดกาแฟหลังบ่าย
อย่าลืม เพื่อนๆ ไม่ต้องเป๊ะ 100% ก็ได้ ค่อยๆ ปรับไปเรื่อยๆ แค่เริ่มต้นวันนี้อีกไม่นานสุขภาพจะดีขึ้นแน่นอน
ถ้าชอบแอดริน เพื่อนๆ ลองคอมเมนต์บอกกันหน่อยนะ ว่าเคยลอง IF กับกาแฟดำยัง ได้ผลยังไงบ้าง หรือถ้ามีคำถามอะไร ก็มาคุยกันได้เลย แล้วพบกันใหม่ในบทความสุขภาพครั้งหน้านะ
อยากรู้สูตรเด็ดเคล็ดลับรสรินทร์ ตอนใหม่ๆ อย่าลืมกดไลค์ แฟนเพจรสรินทร์ นะคะ ขอบคุณที่ติดตามเพจ รสรินทร์ Rosalyn นะคะ
⚠️
Disclaimer
ข้อมูลบนเว็บไซต์นี้มีไว้เพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อประกอบการตัดสินใจ ทางเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายใดๆ ที่เกิดขึ้นจากการใช้ข้อมูลบนเว็บไซต์นี้ กรุณาปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจตามข้อมูลที่ได้รับ
ArticleID: 2016